ไอเดียการใช้ตะไคร้เพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของตะไคร้เราสามารถนำมาใช้เพื่อบำบัดอาการทางร่างกายได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้บำบัดอาการต่างๆ ได้ดังนี้

1.ซ่อมแซมระบบประสาท หากนำตะไคร้มาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยโดยผสมกับน้ำมัน Carrier oil แล้วนำมาใช้ทาลงบนผิวจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย หายจากการเป็นตะคริว เป็นการซ่อมแซมและบำรุงระบบประสาทได้เป็นอย่างดี

2.ช่วยรักษาอาการอักเสบ หากมีอาการอักเสบเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้นำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มาทาบริเวณที่เกิดอาการปวด คุณสมบัติของตะไคร้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาอาการอักเสบจากอาการปวดต่างๆ ได้ เช่น ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ นับเป็นประโยชน์ของตะไคร้อีกข้อที่ไม่ควรมองข้าม

3.แก้อาเจียน วิธีทำให้นำตะไคร้มาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำมาดื่ม น้ำตะไคร้จะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ ลดอาการเมาและช่วยแก้อาการอาเจียนลงได้ นอกจากนี้ ยังเป็นน้ำสมุนไพรที่ช่วยดับร้อน แก้กระหายน้ำได้ดี โดยอาจแปรรูปให้น่ารับประทานหรือทานง่ายมากขึ้น เช่น การนำไปอบแห้ง เพื่อใช้สำหรับเป็นเครื่องดื่มดื่มต่างน้ำชา

4.ไล่ยุงและแมลง ตะไคร้เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมไปทั้งต้น อีกทั้งเป็นกลิ่นที่ยุงและแมลงอย่างเช่นตัวริ้นไม่ชอบ ดังนั้น จึงสามารถนำมาไล่ยุงและแมลงได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้ ตะไคร้ยังมีฤทธิ์ในการกำจัดลูกน้ำได้ดี หากนำไปปลูกรวมกับพืชชนิดอื่นจะสามารถไล่แมลงได้ ไม่เพียงเท่านั้น การนำน้ำตะไคร้มาผสมกับน้ำสะเดา แล้วนำไปฉีดพ่นพืชผักก็จะสามารถไล่แมลงที่จะมาทำลายพืชพรรณหรือต้นไม้ได้เช่นเดียวกัน

วิธีการเพาะปลูก

ตะไคร้เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมาก สำหรับการปลูกไว้ในบ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก ใครมีสวน มีสนามจะเอาลงพื้นดินก็ทำได้ หรือ หากอยู่คอนโด หรือ ทาวน์เฮ้าส์จะปลูกในกระถางก็ย่อมได้ สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หัดปลูก เราก็มี วิธีปลูกตะไคร้ ในบ้านเรือน มาแนะนำกันค่ะ

ตะไคร้เป็นพืชตระกูลหญ้า ความสูงโดยรวมประมาณ 1-1.2 เมตร ลำต้นที่ สูงขึ้นมาจากเหง้ามีสีขาวอมเหลือง สูงประมาณ 4-7 ซ.ม.เท่านั้น ห่อหุ้มด้วย กาบใบ ส่วนบนมีใบสีเขียวสดถึงเขียว อมเหลืองสูงยาวขึ้นไปจากกาบใบ เส้นใบยาวแคบขนานไปกับก้านใบ ปลายใบมีขนอ่อนๆ ลำต้นจะรวมอยู่ด้วยกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อยาว ดอกขนาดเล็กเป็นฝอย อยู่รวมกันเป็นกระจุกจำนวนมาก

การปลูก นิยมใช้การปักชำต้นเหง้า โดยตัดใบออกให้เหลือเพียงโคนต้นประมาณ 10 ซ.ม. แล้วนำมาปักบนดินร่วนซุย
โดยอาจใช้วิธีเอาโคนปักลงในดินที่เตรียมไว้เลย ให้ห่างประมาณหนึ่งศอก

ถ้าปลูกในกระถาง ใช้วิธีปักโคนลงในกระถางๆละ 2-3 ต้นก็ได้ แล้วหมั่นรดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น ตั้งไว้ให้โดนแดดตลอดวันจะทำให้โตได้เร็ว

* ทั้งนี้ ทั้งสองวิธีนั้นควรหมั่นรดน้ำและปลูกกลางแจ้งจะโตเร็ว

เวลาถอน สามารถถอนได้ทั้งลำต้นถึงโคนสุด และควรหมั่นถอนเพื่อไม่ให้มีหลายต้นเกินไปในกอเดียว ถ้าไม่แยกออกไปต้นจะเล็กและลีบลงเรื่อยๆ และบางที่ก็แคระแกรน ต้นและกอก็จะโทรม

ประโยชน์ของตะไคร้หอม

สรรพคุณ

– ทั้งต้น : ใช้เป็นยาแก้ปากแตกระแหง แก้ริดสีดวงในปาก ขับลมในลำไส้ แก้แน่น ขับโลหิตระดู มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบบีบตัว ไม่เหมาะสมกับสตรีมีครรภ์ เพราะหากทานเข้าไป อาจทำให้แท้งได้

– ใบ : ใช้เป็นยาคุมกำเนิด ชำระล้างลำไส้ ไม่ให้เกิดซาง

– ราก : แก้ลมจิตรวาด หัวใจ กระวนกระวาย ฟุ้งซ่าน

– ต้น : แก้ลมพานไส้ แก้ธาตุ แก้เลือดลมไม่ปกติ

– น้ำมัน : ใช้ทาป้องกันยุง มีฤทธิ์ไล่แมลง และใช้รักษาโรคเห็บสุนัข

ตำรายาไทย : ใช้ เหง้า เป็นยาบีบมดลูก ทำให้แท้งบุตรได้ คนมีครรภ์ห้ามรับประทาน นอกจากนี้ยังใช้ขับประจำเดือน ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว ขับลมในลำไส้ แก้แน่น แก้แผลในปาก แก้ตานซางในลิ้นและปาก บำรุงไฟธาตุ แก้ไข้ แก้อาเจียน แก้ริดสีดวงตา แก้ธาตุ แก้เลือดลมไม่ปกติ

เหง้า ใบ และกาบ นำมากลั่นได้น้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นเครื่องหอม เช่น สบู่ หรือพ่นทาผิวหนังกันยุง แมลง ทั้งต้น มีรสปร่า ร้อนขม แก้ริดสีดวงในปาก

ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้

– น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้บ้าน ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว มีชีวิตชีวา ทำให้กระปรี้กระเปร่า คลายเครียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยเจริญอาหาร บรรเทาอาการปวดโรคข้ออักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ

-น้ำมันหอมระเหยที่กลั่นจากใบตะไคร้ ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ช่วยต่อต้านเชื้อราบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี และช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้

ตะไคร้หอม

ตะไคร้หอม : ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus

ชื่อสามัญ :  Lemongrass

วงศ์ : หญ้า (Poaceae) 

ชื่ออื่น : ชื่อท้องถิ่น: จะไคร (ภาคเหนือ), หัวซิงไค (ภาคอีสาน), ไคร (ภาคใต้), คาหอม (แม่ฮ่องสอน), เชิดเกรย, เหลอะเกรย (เขมร-สุรินทร์), ห่อวอตะโป่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

อ้างอิง : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%89